เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 จากเรื่องราวปรากฎอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีการโพสต์ภาพเรือนโบราณอายุประมาณ 100 ปี ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของวัดประชุมโยธี (พระอารามหลวง) บอกว่าวัดประชุมโยธีจะทำการรื้อถอนเพื่อสร้างเสนาสนะอื่นๆ จนกลายเป็นประเด็นดราม่าและร่วมกันแสดงความเห็นคัดค้านการรื้อถอน ซึ่งทางพระเทพปัญญาโมลี เจ้าอาวาสวัดประชุมโยธี ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่ายังไม่ได้มีการรื้อถอนแต่อย่างใด เพียงแค่ทางวัดได้ทำพิธีสวดถอนพื้นที่เท่านั้น เพราะในพื้นที่ที่ที่วัดซื้อมานั้น ในอดีตอาจจะมีอุโบสถเก่าหรือเจดีย์เก่าอยู่จึงได้ทำพิธีสวดถอน ซึ่งบ้านดังกล่าวก็อยู่ในพื้นที่นี้ด้วย จนมีคนนำไปแปลความว่าทางวัดจะทำการรื้อถอนเรือนหลังนี้ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดจะเข้ามาช่วยบูรณะซ่อมแซมทางวัดก็ไม่ขัดข้อง ล่าสุดนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย นส.อุไรวรรณ แดงงาม วัฒนธรรมจังหวัดพังงา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับชี้แจงว่า “ขณะนี้เรือนโบราณหลังนี้ยังไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน และทางวัดประชุมโยธีก็ยังไม่มีการรื้อถอนเรือนโบราณหลังนี้แต่อย่างใด โดยทางจังหวัดพังงาได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่ประกอบด้วยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสืบค้นข้อมูลทางวิชาการ ข้อเท็จจริงทางประวัติของบ้านโบราณหลังนี้ ทำการตรวจพิสูจน์ทางการก่อสร้างลักษณะแบบนี้จะมีอายุเท่าไหร่ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างไร และที่สำคัญต้องตรวจสอบว่าเป็นเรือนของเจ้าจอมยี่สุ่นจริงหรือไม่ แล้วถ้าไม่ใช่ หรือใช่ ก็เดี๋ยวค่อยว่ากันต่อไปตามแนวทางของของกรมศิลปากรว่าควรจะอนุรักษ์อย่างไร ซึ่งการอนุรักษ์นั้นต้องพูดถึงเรื่องคุณค่าและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ แล้วเกิดประโยชน์กับพื้นที่เกิดประโยชน์กับชนรุ่นหลังอย่างไร ซึ่งอยากให้ทุกคนเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันในเชิงสร้างสรรค์ เพราะว่าบ้านเมืองเราทุกคนก็รัก แน่นอนที่สุดถ้าอาคารใดเป็นอาคารเก่าทรงคุณค่าสามารถบูรณปฏิสังขรณ์ได้แล้วมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เราก็ควรช่วยกันรักษาไว้”





