วันที่ 9 กันยายน 2569 นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมชมฟาร์มเลี้ยงกุ้งกุลาดำพรีเมี่ยมจังหวัดพังงา หรือ "กุ้งเสือพังงา" ณ ฟาร์มเลี้ยงกุ้งแสงทองวัฒนา ของนายวัฒนา รังสินารา หรือโกวัฒน์ ตำบลหล่อยูง อำเภอตะกั่วทุ่ง พร้อมพบปะรับฟังข้อมูลการบริหารจัดการของฟาร์มเลี้ยงกุ้ง และรับฟังปัญหาความต้องการของเกษตรกรหารือแนวทางการส่งเสริมการจัดหาช่องทางการจำหน่ายสินค้ากุ้งกุลาดำพรีเมี่ยมจังหวัดพังงา ให้มีช่องทางเพิ่มขึ้นจากช่องทางปกติ ช่วยยกระดับราคาสินค้า
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาและคณะได้เยี่ยมชมกระบวนการบริหารจัดการฟาร์ม พร้อมพบปะพูดคุยและรับฟังข้อมูลการเลี้ยงกุ้ง ตลอดจนปัญหาและความต้องการของเกษตรกร เพื่อร่วมกันหารือแนวทางส่งเสริมและพัฒนาช่องทางการจำหน่ายกุ้งกุลาดำพรีเมี่ยมจังหวัดพังงาให้มีความหลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากช่องทางการจำหน่ายตามปกติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและยกระดับราคาสินค้าให้แก่เกษตรกร
นายไพรัตน์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เยี่ยมชมการบริหารจัดการฟาร์มและได้ทดลองชิมเนื้อกุ้งสด ๆ จากบ่อ ทำให้เห็นถึงคุณภาพที่ยอดเยี่ยมของกุ้งกุลาดำพรีเมี่ยมจังหวัดพังงา หรือ “กุ้งเสือพังงา” ซึ่งเป็นกุ้งที่เลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติและวิถีดั้งเดิม โดยไม่ใช้สารพิษ มีขนาดตัวที่ใหญ่ เนื้อแน่น รสชาติหอม สีส้มเข้มสด และมีสีแดงสวย ที่สำคัญไม่มีกลิ่นโคลนหรือกลิ่นคาวที่รบกวนรสชาติของกุ้งเลย
ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวเพิ่มเติมว่า กุ้งเสือพังงาถือเป็นสินค้าที่มีศักยภาพและมีคุณภาพ สามารถนำไปต่อยอดเป็นวัตถุดิบสำหรับเมนูอาหารได้อย่างหลากหลาย จึงควรส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และเพิ่มช่องทางการตลาด เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างและช่วยยกระดับมูลค่าและราคาสินค้าให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดพังงา จนต้องหากคิดจะกินกุ้งแล้ว ต้องมีวลีเด็ดคือ “กินกุ้งพรีเมี่ยม ต้องกินกุ้งเสือพังงา”
นายอลงกรณ์ รังสินารา เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง กล่าวว่า ฟาร์มแห่งนี้เน้นเลี้ยงกุ้งโดยไม่ใช้สารเคมี มีการควบคุมเชื้อโรคและแบคทีเรียที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของกุ้งภายในบ่อ ด้วยการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ตามคำแนะนำจากสำนักงานประมงจังหวัดพังงา เพื่อให้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เพิ่มจำนวนและช่วยกำจัดของเสียภายในบ่อ รวมทั้งยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ไม่ดี ซึ่งหลังจากจับกุ้งไปแล้ว ทางฟาร์มจะทำความสะอาดบ่อและนำของเสียบริเวณก้นบ่อเข้าสู่กระบวนการบำบัด โดยไม่ปล่อยของเสียลงสู่ธรรมชาติ นอกจากนี้ กากของเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตปุ๋ยชีวมวลได้อีกด้วย สำหรับด้านการให้อาหารกุ้ง นอกจากการให้อาหารตามปกติแล้ว ยังนำวิธีการเลี้ยงแบบธรรมชาติมาใช้ โดยมีการเลี้ยงหอยเพื่อเป็นอาหารเสริมให้แก่กุ้งด้วย แต่ละบ่อจะมีลูกกุ้งประมาณนับล้านตัว และมีการขยายระยะเวลาการเลี้ยงจากปกติประมาณ 5-6 เดือน เป็น 8-9 เดือน เพื่อให้กุ้งมีระยะเวลาเจริญเติบโตเต็มที่ ส่งผลให้กุ้งที่จับได้มีขนาดใหญ่ โดยมีน้ำหนักประมาณ 10-13 ตัวต่อกิโลกรัม สำหรับจุดเด่นของกุ้งจากฟาร์มแห่งนี้ คือ เนื้อแน่นมีความกรอบ หวาน หอม และไม่มีกลิ่นคาว มีคุณภาพในระดับพรีเมี่ยม
ผู้ที่สนใจ สามารถสั่งซื้อกุ้งเสือพังงาได้ที่ แสงทองวัฒนาฟาร์มและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งยักษ์พังงา โทร 0932324165
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : PR Phangnga สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา
