วันพุธ, 17 กรกฎาคม 2567 09:21

พังงา สอบที่ดินขุมน้ำถ้ำทองหลางเป็นพื้นที่ป่าไม้ พบอยู่ห่างจุดขุมน้ำ 300 เมตร

เมื่อวันที่ 12 ก.ค.67 ห้องประชุมเหมืองแร่ ศาลากลางจังหวัดพังงา นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ประชุมหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยปลัดจังหวัดพังงา หัวหน้าสำนักงานจังหวัด ที่ดินจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด ป่าไม้จังหวัด ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพังงา ปลัดอำเภอทับปุด และฝ่ายปกครองอำเภอทับปุด เข้าร่วมประชุมข้อพิพาทกรณีที่ดินขุมน้ำถ้ำทองหลาง ต.ถ้ำทองหลาง อ.ทับปุด ซึ่งในที่ประชุมมีประเด็นการประชุมจนได้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าชมความสวยงามของขุมเหมืองที่ปัจจุบันได้หมดสัมปทานไปแล้ว จนมีชื่อเสียงว่าเป็นขุมน้ำ สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ทำให้มี พ่อค้า แม่ค้า ในพื้นที่เข้าเปิดแผงตั้งร้านจำหน่ายสินค้า ต่อมาทางเอกชนอ้างกรรมสิทธิ์ที่ดิน นส.3 เลขที่ 130 และ 136 ออกให้ในปี 2514 กระทั่งมีการให้ที่ดินเข้ารังวัด ที่ดิน นส.3 เลขที่ 136 เพื่อออกเอกสารสิทธิ์เป็น นส.3 ก เลขที่ 48 จำนวน 38 ไร่ 12 ตารางวา ในปี 2552 จากนั้นทางเจ้าของที่ดินได้ขอสัมปทานเหมืองหิน ในปี 2557 – 2567 เสนอทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพังงา โดยมีทางที่ดินอำเภอทับปุดรับรองว่าอยู่ในเขตที่ดิน นส.3 ก ทางอุตสาหกรรมพังงาจึงได้อนุญาตให้ทำเหมืองหินได้ โดยไม่ทราบว่าเหมืองหินที่ทางเอกชนขอสัมปทานเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติไม่ใช่ที่ดินตามเอกสารสิทธิ์ที่อ้างถึง ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา จึงให้ทางป่าไม้จังหวัดพังงาเข้าดำเนินการพร้อมเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายของทางป่าไม้ โดยให้อุตสาหกรรมจังหวัดตรวจสอบรายละเอียดการขออนุญาตสัมปทานเหมืองหิน และเข้าแจ้งความดำเนินการตามกระบวนของกฎหมายในข้อกล่าวหาแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายของภาครัฐ พร้อมให้ทางอำเภอทับปุดประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
โดย นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า จากข้อพิพาทกรณีขุมน้ำถ้ำทองหลาง นำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบพื้นที่พบว่าที่ดินดังกล่าวในจุดที่เป็นข้อพิพาทที่ดิน นส.3 เลขที่ 130 และ 136 จนมีการปิดป้ายไม่ให้ชาวบ้านเข้าใช้พื้นที่ ผลการตรวจสอบเป็นคนละพื้นที่ โดยพื้นที่ขุมน้ำถ้ำทองหลางเป็นพื้นที่ป่าไม้ ส่วนเอกสารสิทธิ์ที่เอกชนอ้างถึงอยู่ห่างจากขุมน้ำประมาณ 300 เมตร จึงแจ้งให้ทางป่าไม้เข้าดำเนินการทางกฎหมายเหตุทำให้พื้นที่ป่าไม้เสื่อมเสีย ซึ่งทางจังหวัดมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะท่องเที่ยวชุมชนซึ่งจะพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้รองรับกับการท่องเที่ยว จากนี้ให้ทางอำเภอทับปุดทำความเข้าใจกับชาวบ้านในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยต้องมีการขออนุญาตใช้พื้นที่ จังหวัดพังงามีสภาพพื้นที่ ป่าไม้ อุทยานฯ ป่าชายเลน หลากหลาย ซึ่งต้องให้หน่วยงานต่างๆที่รับผิดชอบเฝ้าระวังดูแลอย่างเข้มงวดต่อไป