ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ (414)

ข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัด

 

อน 1

 

อน 2

 

อน 3

 

อน 4

จ.พังงา ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด ครั้งที่ 10
                      วันที่ 30 พ.ย. 64 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด ครั้งที่ 10/2564 ผ่านระบบออนไลน์ โดยได้พิจารณาอนุมัติโครงการเงินทุนหมุนเวียนที่ขอรับสนับสนุน เมื่อปีงบประมาณ 2564 ที่ได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด ครั้งที่ 9/2564 แล้ว แต่ยังไม่ได้รับงบประมาณ จำนวน 2 โครงการ เป็นเงิน 251,000 บาท ประกอบด้วยโครงการต่อยอดเลี้ยงหมูอารมณ์ดี ตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี และโครงการต่อยอดผลิตภัณฑ์ขนมพื้นบ้านข้าวเหนียวกวน ข้าวเหนียวแก้ว และขนมคิ้วนาง ตำบลเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว เพื่อให้กลุ่มสตรีนำไปต่อยอดอาชีพ สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน พร้อมกันนี้ยังได้รับทราบผลการเบิกจ่าย ปีงบประมาณ 2564 และรับทราบผลการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ประจำปีงบฯ 2565 ซึ่งแบ่งเป็นงบบริหาร งบเงินอุดหนุน และงบเงินทุนหมุนเวียน

เลอกตง1 1

 

เลอกตง1 2

 

เลอกตง1 3

 

เลอกตง1 4

 

ผู้ว่าฯพังงา ลงคะแนนเลือกตั้งท้องถิ่นคนแรกของหน่วย พร้อมเชิญชวนออกมาใช้สิทธิให้เกิน 70 เปอร์เซ็นต์

                (วันนี้ 28 พ.ย.64) นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนางวิภาดา ทิพญพงศ์ธาดา ภริยา ได้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่หน่วยเลือกตั้งชั่วคราวเรียนโรงเรียนอนุบาลพังงา ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาและภริยาเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในลำดับที่ 638 และ 639 ตามลำดับของหน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 3 ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมืองพังงา โดยเป็นคนแรกที่มาใช้สิทธิลงคะแนนหย่อนบัตรเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้ง

               ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้กล่าวภายหลังจากการเข้าคูหาว่า ขอเชิญชวนให้ประชาชนในจังหวัดพังงาที่มีสิทธิเลือกตั้ง ส.อบต.และ นายก อบต. ทุกคน การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเลือกตั้งตัวแทนที่ใกล้ชิดรู้ถึงปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่มากที่สุด ขอให้ทุกคนที่มีสิทธิเลือกตั้งออกมาแสดงพลังการเป็นประชาธิปไตยในการเลือกคนดีมีความสามารถเข้าไปบริหารท้องถิ่น เพื่อทำหน้าที่แก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ของท่าน ส่วนประชาชนที่ป่วยด้วยโควิด 19 ที่รักษาหายแล้วก็สามารถออกมาลงคะแนนได้ สำหรับผู้ที่อยู่ในระหว่างการรักษาโดยแพทย์อยู่นั้นก็ขอให้แสดงเหตุถึงความจำเป็นที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในครั้งนี้ กรณีผู้ที่อยู่ในการกักตัวที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำคณะกรรมการการเลือกตั้งของหน่วยหรือเขตนั้นๆจะพิจารณาร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อจัดสรรเวลาแยกกลุ่มให้ออกมาลงคะแนนตามความเหมาะสมของแต่ละสถานที่ ซึ่งก็ขอให้ยึดหลักมาตรการป้องกันและควบคุมโรคระบาดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกคนได้มีสิทธิมีเสียงในการเลือกตั้งท้องถิ่นของตัวเอง และร่วมกันออกมาใช้สิทธิอย่างน้อยให้ได้ 70 เปอร์เซ็นต์หรือมากที่สุด ทางด้านนายสัมภาษณ์ เชาวลิต ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพังงา กล่าว จังหวัดพังงามี อบต.ทั้งหมด 36 แห่ง ทั้ง 8 อำเภอ ทุกแห่งมีความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทำการตรวจวัดอุณหภูมิประชาชนทุกคนก่อนเข้าคูหา ตามมาตรการ DMHTTA หากมีอุณหภูมิสูงเกิน 37.5 จะแยกให้เข้าช่องทางพิเศษต่างหาก ส่วนพื้นที่ที่มีการปิดหมู่บ้านหรือชุมชนทั้งหมู่บ้าน ทางเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยจะสวมใส่ชุด PPE ทำหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้งของหมู่บ้านนั้นไม่มีอุปสรรคต่อการลงคะแนนแต่อย่างใด ขอให้ออกมาใช้สิทธิแต่เนิ่นๆ เพื่อลดความแออัด สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อพร้อมนำบัตรประจำตัวประชาชน พาสปอร์ต ใบขับขี่ หรือเอกสารอื่นที่ทางหน่วยงานราชการออกให้ ตรวจสอบลำดับและรายชื่อในหน่วยเลือกตั้งที่ตนเองมีรายชื่ออยู่ เข้าคูหารับบัตร 2 ใบ เลือกคนดีเพื่อเข้าไปพัฒนาบ้านเมือง ขอให้ทุกคนที่มีสิทธิได้ออกมาเลือกตั้งให้ได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งเนื่องจากมีเหตุอันสมควร ให้แจ้งต่อนายทะเบียนอำเภอที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน โดยทำเป็นหนังสือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง แจ้งด้วยตัวเองหรือให้ผู้อื่นไปยื่นแทน หรือส่งทางไปรษณีย์ หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน "Smart Vote" หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เว็บไซต์ www bora.dopa.go th หรือ www.ect.go.th ก็ได้เช่นเดียวกัน เพื่อเลี่ยงการถูกจำกัดสิทธิ 6 ประการ

 
 
ล1 1
 
 
ล1 3
 
 
ล1 4
 
 
ล1 5
 
 
ล1 6
 
จ.พังงา รับนโยบายป้องกันและลดอุบัติเหตุรับมือเทศกาลวันหยุดยาว-ปีใหม่ 2565 พร้อมสร้างจิตสำนึกสวมหมวกนิรภัยทั้งจังหวัด 100 เปอร์เซ็นต์
             วันนี้ (26 พ.ย. 64 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายบุญเติม เรณุมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา และส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม พร้อมพิจารณาแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล และช่วงวันหยุด พ.ศ. 2565 แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.2564-2570 และการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน
             โดยรองนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนให้ความสำคัญในการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง นำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน การบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้มีประสิทธิภาพ สร้างความตระหนัก จิตสำนึก และมีความรับผิดชอบต่อสังคม และในปี 2565 ให้ทุกจังหวัดให้ความสำคัญในการลดพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะทุกชนิดโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารต้องสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยให้ถือเป็น "วาระจังหวัด" และใช้กลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอและศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างจริงจัง และสร้างความตระหนักจิตสำนึกเพื่อลดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกิดจากการไม่สวมหมวกนิรภัย ภาพรวมต้องลดจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บที่เกิดบนถนนลงไม่น้อยกว่า ร้อยละ 5
             ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้มอบนโยบายให้ทุกอำเภอบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ร่วมขับเคลื่อนอย่างจริงจังและต่อเนื่องในลักษณะยึดพื้นที่เป็นที่ตั้ง เพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยง เน้นที่มาตรการเชิงรุกในการจัดการแก้ไขปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน​ทั้งด้านคน ด้านถนน ด้านยานพาหนะ และด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายจริงจัง ตลอดจนเน้นการเสริมสร้าง ปลูกฝัง สร้างความตระหนักรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน มีเป้าหมายให้ทุกพื้นที่ของจังหวัดพังงาต้องสวมหมวกนิรภัยเมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ 100 เปอร์เซ็นต์

ธ1

ธ2

ธ3

ธ6

ธ7

วันนี้​ (11 พฤศจิกายน 2564)​ เวลา​ 11.00​ น.​ นายจำเริญ​ ทิพญพงศ์ธาดา​ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา​ มอบหมายให้​ นายธรรมนูญ​ ศรีวรรธนะ​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา​ เป็นประธานเปิดงาน​ "Online Business​ Matching Phang nga International Partnerships and Identity Product Local​ 2021" ณ​ ห้องประชุมสุรินทร์​ โรงแรมแคนทารี บีช เขาหลัก​ อำเภอตะกั่วป่าจังหวัดพังงา​ โดยมี​ นางสาววรนิษฐ์​ อภิรัฐจิรวงษ์​ พาณิชย์จังหวัดพังงา​ กล่าวต้อนรับ​ และมีผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นเกียรติภายในงานด้วย  ทั้งนี้​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา​ กล่าวว่า​ ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่สำคัญ และส่วนใหญ่​ประกอบอาชีพเกษตรกรรม​ โดยมีพืชเศรษฐกิจสำคัญ​ คือ​ ยางพารา​ เป็น​หนึ่งในสินค้าสำคัญของประเทศ​ นอกจากนั้นจังหวัดพังงายังมีสินค้าอัตลักษณ์ สินค้าชุมชน​ สินค้า​สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และสินค้าเกษตรแปรรูปอื่นอีกมากมาย​ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานพร้อมส่งออกไปยังต่างประเทศซึ่งจังหวัดพังงาและสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ​(สคต.)​ ได้ริเริ่มจัดงานดังกล่าว​ เพื่อสร้างโอกาสและขยายช่องทางการตลาดให้ผู้ประกอบการสินค้ายางพารา​ ไม้ยางพารา​ และผลิตภัณฑ์สินค้าเกี่ยวเนื่อง​ รวมถึงเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร​ วิสาหกิจชุมชนในจังหวัดพังงา​ เป็นการเชื่อมโยงการจำหน่ายกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ​ อันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดให้ขยายตัว​ ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

 

จ1

 

จ2

 

จ3

 

จ4

 

จ5

 

จ6

 

จ9

รองนายกจุรินทร์ ติดตามกลั่นกรองโครงการของ 6 จังหวัดอันดามัน เคาะ 17 โครงการสำคัญ งบ 2,128 ล้านบาท เตรียมเสนอ ครม.สัญจร 16 พ.ย.นี้ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2564                                                                                                             นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ เดินทางติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่เขตตรวจราชการ สํานักนายกรัฐมนตรี (กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน) เพื่อเตรียมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) โดยมีนายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องจากกลุ่มจังหวัดอันดามัน ร่วมประชุมและนำเสนอโครงการ ณ ห้องประชุมภูผา ศาลากลางจังหวัดพังงา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า วันนี้มาร่วมประชุมในฐานะประธานเขตตรวจราชการ 6 จังหวัดอันดามัน และได้รับมอบหมายจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ติดตามกลั่นกรองวาระที่จะเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่จังหวัดกระบี่ วันที่ 16 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประชุมร่วมกับจังหวัดสตูล จังหวัดตรัง และภาคเอกชนทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาแล้ว วันนี้เชิญประชุม 4 จังหวัด ประกอบด้วย ภูเก็ต กระบี่ ระนอง และพังงา เพื่อให้ได้โครงการที่แต่ละจังหวัดนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่กระบี่ให้พิจารณา โดยให้จัดลำดับความสำคัญของโครงการที่จำเป็นจังหวัดละ 2-4 โครงการตามความเหมาะสม และได้ข้อสรุปทั้งหมด 17 โครงการ ประกอบด้วย 1.จังหวัดภูเก็ต 1)โครงการภูเก็ตเฮลท์แซนด์บ็อกซ์ เป็นโครงการบริหารจัดการสุขภาพของจังหวัดภูเก็ตทั้งระบบ งบประมาณ 280 ล้านบาท 2)โครงการนำสายไฟฟ้าลงดินที่เทศบาลเมือง ช่วงตลาดเก่าของจังหวัดภูเก็ต งบประมาณ 50 ล้านบาท ระยะทาง 970 เมตร รวมงบประมาณทั้งสิ้นของจังหวัดภูเก็ต 330 ล้านบาท 2.จังหวัดกระบี่ 4 โครงการ 1)โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือท่าเลน งบประมาณ 84 ล้านบาท 2)โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือโดยสารเรือท่องเที่ยวป่าคลองจิหลาด งบ 35 ล้านบาท 3)โครงการกิจกรรมเทศกาลการท่องเที่ยวและกิจกรรมกีฬาเชิงการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดกระบี่ 31 ล้านบาท 4)โครงการพัฒนาแหล่งสปาวารีบำบัด น้ำพุร้อน 165 ล้านบาท รวม 315 ล้านบาท 3.จังหวัดระนอง 2 โครงการ ประกอบด้วย 1)โครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้อันดามัน จังหวัดระนอง พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว 4 จุด งบประมาณ 204 ล้านบาท และ 2)โครงการปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดระนอง 100 ล้านบาท รวม 304 ล้านบาท 4.จังหวัดพังงา 3 โครงการ 1)เร่งรัดการก่อสร้างสนามบินนานาชาติพังงา (ไม่ใช้งบประมาณ) เพราะตั้งงบประมาณศึกษาความเป็นไปได้แล้ว ที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย 2) โครงการเพิ่มศักยภาพทางการแพทย์ฉุกเฉินของจังหวัดพังงา เพื่อก่อสร้างอาคารฉุกเฉิน 6 ชั้น 2 หลัง ที่โรงพยาบาลพังงา และโรงพยาบาลตะกั่วป่า รวมหลังละ 247 ล้านบาท รวม 495 ล้านบาท 3)โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและนันทนาการเขาหลัก 164 ล้านบาท รวม 695 ล้านบาท 5.จังหวัดตรัง มี 3 โครงการ 1) โครงการพัฒนาเรียนรู้และอนุรักษ์ฟื้นฟูพยูน ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก 247 ล้านบาท   2)โครงการพัฒนาสนามกีฬาเทศบาลนครตรังสู่มาตรฐานสากล 43 ล้านบาท   3)โครงการปรับปรุงสนามกีฬาทุ่งแจ้ง 25 ล้านบาท รวม 316 ล้านบาท 6.จังหวัดสตูล      3 โครงการ 1)ศึกษาออกแบบความเหมาะสมด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมการก่อสร้างสะพานอันดามัน-เปอร์ลิส ของมาเลเซีย งบประมาณ 60 ล้านบาท 2)โครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพเกาะหลีเป๊ะ 63 ล้านบาท เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวนานาชาติ 3)โครงการก่อสร้างหอประชุมนานาชาติจังหวัดสตูล 80 ล้านบาท รวม 203 ล้านบาท ทั้งหมด 6 จังหวัด 17 โครงการที่คัดแล้วว่ามีความสำคัญสูงสุดที่แต่ละจังหวัดคัดเลือกมา รวมงบประมาณ 2,128 ล้านบาท ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในฐานะหัวหน้ากลุ่มจังหวัดอันดามัน จะได้นำทั้งหมดนี้เสนอต่อที่ประชุมที่รัฐมนตรีมหาดไทยเป็นประธานเพื่อกลั่นกรองโครงการต่อไป และตนจะนำโครงการทั้ง 17 โครงการนี้กราบเรียนท่านนายกและแจ้งให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ทราบ เพื่อรับไปดำเนินการต่อไปในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการดำเนินการต่อไป จากนั้นได้เดินทางไปที่องค์การบริหารส่วนตำบลทับปุด อ.ทับปุด จ.พังงา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน โดยมีการนำสินค้าธงฟ้า Mobile พาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน มาจำหน่ายด้วย

 

ครม3

 

ครม2

 

ครม1

 

ครม4

จังหวัดพังงาประชุมกลั่นกรองแผนงาน โครงการ นำเสนอที่ประชุม ครม. ร่วมกับกลุ่มจังหวัดอันดามัน
            วันนี้ 3 พ.ย.64 ที่ห้องประชุมภูผา ศาลากลางจังหวัดพังงา นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นำส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ร่วมประชุมจัดเตรียมข้อเสนอการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนภาคเอกชน  และผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พังงา ระนอง สตูล) ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลจากห้องประชุมราชบพิธ กระทรวงมหาดไทย โดยมีนายชยาวุธ จันทร รองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน  เพื่อพิจารณาสรุปข้อเสนอการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่เชื่อมโยงกับแผนงานโครงการตามนโยบายของรัฐบาล และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของพื้นที่กลุ่มจังหวัดและเชื่อมโยงกับแนวทางการพัฒนาของส่วนราชการที่รับผิดชอบ รวมทั้งคัดเลือกผู้นำเสนอของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในคราวจัดการประชุนอกสถานที่อย่างเป็นทางการที่จังหวัดกระบี่ในระหว่างวันที่ 15-16 พ.ย.2564

 
 
 
 
ท1
 
 
 
ท2
 
 
ท3
 
 
ท4
 
 
ท5
 
 
ท6
 
จังหวัดพังงา ทอดผ้าป่า “โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย” ประจำปี 2564
วันนี้ 2 พ.ย.64 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสนับสนุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ระดับจังหวัด ประจำปี 2564 ณ วัดประชุมโยธี (พระอารามหลวง)  อ.เมืองพังงา  เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต และสมทบโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย โดยมีพระเทพปัญญาโมลี รองเจ้าคณะภาค 17 และเจ้าอาวาสวัดประชุมโยธี(พระอารามหลวง)เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  พร้อมด้วยข้าราชการหน่วยงานต่างๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมพิธี ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ที่กำหนด โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยเกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อสนับสนุนพระภิกษุ สามเณร ได้ศึกษาพระธรรมวินัย พระปริยัติธรรมให้มีความแตกฉาน และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งยังเป็นการพัฒนาความรู้และคุณภาพของพระสงฆ์ สำหรับยอดเงินจากการทอดผ้าป่ารวมกับทั้ง 8 อำเภอและผู้มีจิตศรัทธาในวันนี้ เป็นเงิน 706,910 บาท

 

 

ป1

 

ป2

 

ป3

 

ป4

 

ป5

ผู้ว่าฯพังงา นำเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงทรัพย์ฯ ร่วมปลูกป่าในจวนฯ เนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2564
                 (วันนี้ 26 ต.ค.64) นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายวิภาดา ทิพญพงศ์ธาดา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา นำเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา ร่วมกันจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันรักต้นไม้ประจำ    ปีของชาติประจำปี 2564 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระราชปณิธานในการปลูกป่าฟื้นฟูความสมดุลของธรรมชาติ ต้นน้ำลำธาร พลิกฟื้นความสมบูรณ์ให้แผ่นดินในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ  นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า พันธุ์ไม้ที่นำมาปลูกในวันนี้ ได้แก่ ต้นรวงผึ้ง ต้นประดูป่า ต้นยางนา ต้นเทพทาโร ต้นกันเกรา ต้นจำปาและต้นตะเคียนทอง จำนวน 148 ต้น ทำการปลูกบริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา บนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ อีกหลายปีวันข้างหน้าจะเจริญเติบโตขึ้นมากลายเป็นป่าในจวนฯ สร้างความร่มรื่น และช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับศูนย์ราชการ ที่สำคัญนั้นกิจกรรมปลูกป่าในจวนวันนี้ ก็เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วนรวมทั้งประชาชนได้เกิดความรักความหวงแหนในทรัพยากรป่าไม้ของชาติ  นายนิธิวุฒิ ระวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา กล่าวว่า มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2533 กำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ให้เป็นวันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2533 ให้ใช้ชื่อว่า   "วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ"  เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันเป็นประโยชน์แก่สังคมและอาณาประชาราษฎร์อย่างอเนกอนันต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกและ บำรุงรักษาต้นไม้

 
 
 
ต1
 
 
ต2
 
 
ต3
 
 
ต4
 
 
ต5
 
 
ต6
 
 
ต7
 
 
ผู้ว่าฯพังงา นำส่วนราชการ วางพวงมาลาน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระปิยมหาราช
        วันที่ 23 ต.ค.2564 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นำส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วางพวงมาลาเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 23 ตุลาคม 2564 หรือ "วันปิยมหาราช" หน้าศาลากลางจังหวัดพังงา (หลังเดิม)
       พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อประเทศไทย และคุณูปการใหญ่หลวงต่อปวงชนชาวไทย ทรงสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ประเทศนานัปการ ทรงบริหารประเทศให้ก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ อาทิ ด้านการศึกษา การคมนาคม การปกครอง การสื่อสาร การไปรษณีย์โทรเลข การวางระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และทรงประกาศเลิกทาส ส่วนด้านการต่างประเทศ ทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งนัก ได้ทรงนำประเทศไทยให้รอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตกโดยดำเนินวิเทโศบายผูกสัมพันธไมตรีกับประเทศมหาอำนาจ พระองค์ทรงปกครองอาณาประชาราษฎรให้เป็นสุขร่มเย็น พสกนิกรชาวไทยจึงน้อมใจถวายพระราชสมัญญาว่า “พระปิยมหาราช” ซึ่งมีความหมายว่า มหาราชผู้ทรงเป็นที่รักของปวงชน
หน้าที่ 2 จาก 30